หมวดหมู่: ข่าวสาร

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เข้าร่วมปฐมนิเทศการแข่งขัน “Accesible Lerning Hackathon”

    วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เข้าร่วมปฐมนิเทศการแข่งขัน “Accesible Lerning Hackathon”

    10 กรกฎาคม 2561 วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เข้าร่วมปฐมนิเทศการแข่งขัน “Accesible Lerning Hackathon” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ Unesco Thailand
    งานนี้เราเป็นหน่วยงานคนพิการเพียงแห่งเดียวที่เข้าร่วมการแข่งขันครับ ส่งกำลังใจช่วยนักเรียนทุกคนครับ

  • นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมของมูลนิธิคุณพ่อเรย์อีกครั้ง

    นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมของมูลนิธิคุณพ่อเรย์อีกครั้ง

    ในวันนี้ (14 มิถุนายน 2561) เวลา 9.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จยังโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โอกาสเปิดป้ายอาคาร “โชติพิทยเมธา”

    อาคารหลังนี้สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหอพักสำหรับนักเรียนตาบอดหญิง และเพื่อเป็นอาคารห้องสมุดเสียง รวมทั้งเป็นห้องสมุดอักษรเบรลล์แห่งแรกในภาคตะวันออก

  • เปิดใจทุบลิฟต์ BTS ขีดเส้น 7 วันแก้ปัญหาให้ผู้พิการ!

    เปิดใจทุบลิฟต์ BTS ขีดเส้น 7 วันแก้ปัญหาให้ผู้พิการ!

    ผู้พิการทุบกระจกลิฟต์บีทีเอสเปิดใจ ได้รับความเดือดร้อนมายาวนาน เดินทางไม่สะดวก ขีดเส้นตายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 วันต้องมีการเคลื่อนไหวในทางที่ดี ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการฟ้องศาล!

    จากกรณีที่แฟนเพจ Accessibility Is Freedom นักรณรงค์เพื่อสิทธิคนพิการ ได้โพสต์ภาพและข้อความ ตัดสินใจชกกระจกบริเวณลิฟต์ผู้พิการของรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศก เนื่องจากถูกล็อกกุญแจไว้ ไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อไปถึงชั้นจำหน่ายบัตร นายสถานีกลับให้ต้องเซ็นชื่อ และเซ็นยืนยันจากสำเนาบัตรประชาชนอีก ทั้งที่ต้องรีบไปให้ทันเวลาที่นัดหมาย โดยเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก

    ล่าสุด นายมานิตย์ อินทร์พิมพ์ สมาชิกเครือขายและผู้ทุบกระจกลิฟต์, นายสว่าง ศรีสม เลขานุการกลาง และ นายธีรยุทธ สุคนธวิท ประธานเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ ได้ออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชายทุบกระจกระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจากตนต้องใช้บริการรถไฟฟ้าสถานีอโศก แต่สถานีนี้ไม่เหมือนสถานีอื่นตรงที่ ลิฟต์จากชั้นล่างสามารถขึ้นไปชั้นชานชาลาได้เลย โดยไม่มีคัดกรองว่าเป็นผู้พิการหรือไม่ เมื่อขึ้นไปใช้บริการ ชั้นชานชาลาได้ล็อกเอาไว้ ตนจึงต้องมาลงที่ชั้นจำหน่ายตั๋ว พอมาถึงกลับมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาล็อกตัวไว้ พร้อมระบุว่า ให้เซ็นเอกสาร สำเนาบัตรประชาชนเพื่อยืนยันสิทธิ ในวันนั้นเอง ผู้จัดการของสถานีก็ยืนยันว่าถ้าหากไม่มีการเซ็นชื่อ จะไม่สามารถเดินทางได้ ตนไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะสถานีอื่นก็ไม่ต้องทำเช่นนี้ และหากนำสำเนาบัตรประชาชนไปทำสิ่งอื่นเสียหายใครจะรับผิดชอบ

    นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า ตนมีธุระที่ต้องไปอย่างเร่งด่วน ไม่สามารถเดินทางไปได้สักที รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อย่างการกดกริ่งเรียกพนักงานมาเพื่อเปิดลิฟต์ แต่ก็ใช้เวลานานกว่าพนักงานจะมา บางครั้งต้องวานให้คนไปช่วยเรียกพนักงานให้ ทำให้รู้สึกทนไม่ไหว เหมือนเป็นการลิดรอนสิทธิผู้พิการ ผู้พิการทุกคนไม่มีใครอยากเป็นผู้พิการหรอก เลยทุบกระจก ขอโทษกับผู้ที่ไม่เห็นด้วย เพราะอาจเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป

    ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2538 ทางกลุ่มเครือข่ายฯ ได้มีการเรียกร้องให้มีขนส่งมวลชนอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการได้ เดินทางได้เดินตัวเอง แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีแค่บางสถานีเท่านั้นที่มีลิฟต์ ขัดต่อนโยบายของนายกฯ ที่บอกว่าคนไทยต้องเดินทางกันโดยเท่าเทียมและสะดวก จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทางเครือข่ายฯ พยายามเรียกร้องขอเสนอต่างๆ กับทางกระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และทางบีทีเอสมาโดยตลอด จากนี้หากผ่านไป 1 สัปดาห์ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวของทั้ง 3 หน่วยงาน จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลต่อไป

    “ลิฟท์ใช้งบประมาณเพียง 1-2% จากงบประมาณในการสร้างสถานีทั้งหมด ทำไมคุณถึงไม่สร้างให้มี 4 ลิฟท์ คิดดูว่าต้องให้ผู้พิการต้องนั่งแท็กซี่ข้ามฝั่งมาขึ้นลิฟท์เหรอ ทุกคนก็ต้องได้ใช้ลิฟท์ผู้พิการเหมือนกัน อย่างคนท้องหรือคนชรา ก็มีความจำเป็นต้องใช้ลิฟท์เหมือนกัน ผมไม่ได้ออกมาเรียกร้องความน่าสงสาร แต่อยากเรียกร้องให้ระบบขนส่งมวลชนให้ผู้พิการเดินทางได้เองอย่างสะดวกและเท่าเทียม” นายมานิตย์กล่าวทิ้งท้าย

    ขอบคุณ… https://www.dailynews.co.th/regional/632000