หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

  • “ปักจิตปักใจ” งานคราฟท์สุดชิคจากผู้พิการทางสายตา

    “ปักจิตปักใจ” งานคราฟท์สุดชิคจากผู้พิการทางสายตา

    “คราฟท์ : CRAFT” คืองานหัตถกรรมสุดประณีตที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว และกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และงานคราฟท์ที่ดูมีความน่าสนใจไม่น้อย คืองานคราฟท์จาก โครงการ “ปักจิตปักใจ” เป็นงานฝีมือที่ถูกถักทอและปักขึ้นด้วยฝีมือผู้พิการทางสายตาทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสนเข็มไปจนถึงการบรรจุสินค้าเตรียมจำหน่าย และได้รับการสนับสนุนจากไปรษณีย์ไทยในการช่วยขนส่งอุปกรณ์ อีกทั้งเข้ามารับสินค้าถึงบ้านผู้พิการทางสายตา พร้อมจัดจำหน่ายและจัดส่งสินค้าให้ถึงมือผู้ที่สนใจอีกด้วย

    ผลิตภัณฑ์ที่โครงการ “ปักจิตปักใจ” นำต้นแบบมาจากการปักผ้า “ซาชิโกะ” เป็นการปักผ้าในแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น โดยการปักจะนิยมใช้ไหมญี่ปุ่นสองสี ใช้วิธีการปักแบบง่ายๆ ด้วยการด้นตะลุย เป็นลวดลายซ้ำๆ หรือสานกันเป็นลวดลายต่างๆ การปักจะใช้เข็มและด้ายที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะเท่านั้น ลวดลายที่โครงการปักจิตปักใจ ได้ครีเอทก็มีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ลายปลาโลมา ลายผีเสื้อ ดอกไม้ รูปดาว รูปหัวใจ รูปทรงเรขาคณิต ฯลฯ ทุกลวดลายถูกปักอย่างประณีตและคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของการปักผ้าแบบญี่ปุ่น ด้านสินค้าเองก็มีให้เลือกอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น

    – กระเป๋าจัดระเบียบ / กระเป๋าเอกสาร ทอจากผ้าธรรมชาติปักลวดลายสายงามที่ด้านหน้า ภายในกระเป๋ากรุผ้า และแบ่งช่องสำหรับใส่ของอย่างเป็นระเบียบ สามารถใส่เอกสารได้ แถมหยิบของขึ้นมาใช้ก็สะดวก

    – กระเป๋าสะพายผ้าใยกัญชง มี 2 แบบ คือ รูปแบบสะพายข้าง และรูปแบบกระเป๋าสะพายหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่มีของต้องพกพาสิ่งของจำนวนมาก

    – กระเป๋าใส่บัตร มีช่องใส่บัตรทั้งหมด 14 ช่อง ผลิตจากผ้าใยกัญชง ใครที่ต้องพกบัตรจำนวนมากสามารถหยิบใช้ได้สะดวก เพราะมีการจัดสรรช่องใส่บัตรไว้อย่างลงตัว

    – กระเป๋าลดโลกร้อนผ้าหม้อฮ่อม กระเป๋าผ้าทรงสี่เหลี่ยมพับเก็บได้ เหมาะแก่การสะพายไปจ่ายตลาด เพราะให้ความสะดวก พกพาง่ายบรรจุของได้มาก อีกทั้งยังช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกอีกทางหนึ่ง

    -ผ้าคลุมไหล่ เนื้อคอตตอนลินินเกรดเอ มีสีสันให้เลือกมากมาย แต่ไฮไลท์คือสีหม้อห้อมปักลวดลายสวยงามบริเวณชายผ้าทั้งสองด้าน

    ผึ้ง – วันดี สันติวุฒิเมธี ผู้เริ่มต้นโครงการปักจิตปักใจ เล่าว่า ผู้พิการทางสายตามีข้อกำจัดในเรื่องการเดินทางไม่สามารถรับ-ส่งอุปกรณ์และสินค้าเองได้ การให้ความช่วยเหลือในเรื่องการขนส่งของไปรษณีย์ไทย จึงถือว่ามีความสำคัญต่อโครงการปักจิตปักใจอย่างมาก เพราะไม่เพียงแค่การขนส่งเท่านั้น ไปรษณีย์ไทยยังช่วยจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ของไปรษณีย์ไทยอีกด้วย ทำให้โครงการปักจิตปักใจเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น นับเป็นโอกาสดีดีที่ก้าวเข้ามาสู่กลุ่มผู้พิการทางสายตา

    ด้าน นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ร่วมกับ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ “ปักจิตปักใจ” รายได้ โดยโครงการดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไปรษณีย์ไทยช่วยเหลือในการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตจากสมาคมฯ ไปส่งที่บ้านผู้พิการทางสายตาช่วยขายสินค้าฝีมือผู้พิการทางสายตาในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ของไปรษณีย์ไทย เพื่อเพิ่มรอยยิ้มให้กับคนไทยทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

    นอกจากสินค้าที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสินค้า “ปักจิตปักใจ” รูปแบบอื่น ๆ ให้เลือกสรรอีกจำนวนมากมาย ผู้สนใจสามารถร่วมอุดหนุนสินค้าได้ที่เว็บไซต์ www.thailandpostmart.com และเฟซบุ๊ก “Pakjitpakjai” .. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th

    ขอบคุณข้อมูลจาก https://siamrath.co.th/n/110307

  • บอร์ด สปสช.เห็นชอบ “ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป” ร่วมเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น

    บอร์ด สปสช.เห็นชอบ “ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป” ร่วมเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น

    บอร์ด สปสช.เห็นชอบ “ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป” ร่วมเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น เพิ่มการเข้าถึง-ลดความแออัด เตรียมจัดทำมาตรฐานกลาง กำหนดรายจ่ายบริการ

    ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. มีมติเห็นชอบให้ ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้การรับรอง และสถานบริการอื่นที่เข้าเกณฑ์ของ สปสช. เข้าร่วมเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น ตามมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545

    ขณะเดียวกัน ยังเห็นชอบให้จัดทำมาตรฐานบริการและมาตรฐานหน่วยบริการ สำหรับศูนย์บริการคนพิการทั่วไป รวมถึงกำหนดรายการจ่ายสำหรับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แก่คนพิการเพิ่มเติม ที่สามารถใช้จ่ายจากกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ พร้อมกับมอบสำนักงานดำเนินการตามข้อเสนอแนะ ของคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป

    สำหรับมติดังกล่าวมีที่มาจากสถานการณ์การเข้าถึงบริการของผู้พิการ ซึ่งผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2560 พบว่าจากจำนวนประชากรผู้พิการทั้งสิ้น 3.7 ล้านคน มีผู้ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือสวัสดิการของรัฐ ราว 7.8 แสนคน หรือ 21.2% ส่วนข้อมูลการเข้าถึงบริการจากฐานข้อมูลของ สปสช. เดือน มี.ค. 2562 พบว่าจากจำนวนคนพิการ 1 ล้านคน ได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ประมาณ 1.5 แสนคน

    น.ส.สารี อ๋องสมหวัง กรรมหารหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในฐานะอนุกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมฯ ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ที่จะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น โดยให้องค์กรภาคประชาสังคมและอาสาสมัคร เข้ามามีส่วนร่วม เช่นเดียวกับการดำเนินการเรื่องของรับยาที่ร้านยา ซึ่งขณะนี้เป็นข้อเสนอเรื่องของการให้ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป เข้ามาเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น

    “ถ้าไปดูตัวเลขจะเห็นชัดเจนว่าคนพิการ มีการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคต่ำมาก ซึ่งคิดว่าการมีส่วนร่วมเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเอง โดยเฉพาะการลดความแออัด เพราะถ้าศูนย์คนพิการสามารถช่วยทำบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค น่าจะทำให้สถานพยาบาลต่างๆ ลดความแออัดลงได้ และทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น” น.ส.สารี ระบุ

    น.ส.สารี กล่าวว่า เรื่องต่อไปคือการกำหนดเกณฑ์กลาง เช่น ศูนย์บริการที่จะเข้าข่ายมาร่วมให้บริการนั้นต้องมีอะไรบ้าง ซึ่งในกรณีของร้านยานั้นอาจจะง่ายกว่าเพราะมีผู้ประกอบวิชาชีพเกี่ยวข้อง จึงสามารถดำเนินการได้เลย ขณะที่เรื่องนี้เป็นบริการที่อาจไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพแต่มีผู้ให้บริการช่วยเหลืออยู่ จึงต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าองค์กรประเภทใดบ้างที่สามารถเป็นหน่วยบริการได้

    ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงประเด็นการใช้อำนาจตามมาตรา 3 ที่สามารถกำหนดสถานบริการสาธารณสุขอื่นได้เอง แทนที่จะรอหน่วยงานอื่นเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน เนื่องจากขณะนี้ได้รอการดำเนินงานมาเป็นระยะเวลานาน โดยมีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อประมวลข้อมูลดูว่า ในส่วนขององค์กรภาคประชาชนที่ดูแลช่วยเหลือในเรื่องนี้ ปัจจุบันมีกี่กลุ่ม และแต่ละกลุ่มทำเรื่องอะไรไปบ้าง ก่อนกำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลางอย่างรัดกุมรอบคอบ เพื่อให้ครอบคลุมและทั่วถึงแต่ละกลุ่มที่อาจมีลักษณะการให้บริการที่แตกต่างกัน

    ด้าน นายอนุทิน กล่าวว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาที่ควรใช้กฎหมายหรือช่องทางในขอบข่ายอำนาจเท่าที่กระทรวงฯ มีอยู่ เช่น การจัดตั้งศูนย์บริการฯ ขึ้นมาก่อน ส่วนใดที่ต้องไปพึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ค่อยเป็นเรื่องที่ว่ากันต่อไป คล้ายกับกรณีเรื่องของกัญชาที่พบว่าติดขัดปัญหาหลายส่วน สุดท้ายจึงได้ผลักดันผ่านช่องทางเท่าที่อยู่ในอำนาจ เรื่องของการแพทย์สมัยใหม่และแพทย์แผนไทย เป็นต้น

    ทั้งนี้ การให้ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป เข้าร่วมเป็นสถานบริการสาธารณสุขอื่น ตามมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 นั้น มีที่มาจากข้อเสนอที่ได้จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นเครือข่ายคนพิการปี 2561 จนนำไปสู่การมีมติบอร์ด สปสช.ครั้งนี้

    ขอบคุณข้อมูลจาก http://nhsonews.com/index.php/news/content/673

  • คณะผู้บริหารมูลนิธิฯ เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการและศูนย์จิตตปัญญามหาวิทยาลัยมหิดล

    คณะผู้บริหารมูลนิธิฯ เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการและศูนย์จิตตปัญญามหาวิทยาลัยมหิดล

    วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2562 นำโดยบาทหลวงประสิทธิ์ กุ๊นุ รองประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ และคณะผู้บริหารมูลนิธิฯ เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการและศูนย์จิตตปัญญามหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของทั้งสองหน่วยงาน และความร่วมมือในการจัดกิจกรรม ฝึกอบรม สัมมนา และอื่นเป็นต้น